ในประเทศไทยพื้นที่ปลูกมะคาเดเมียส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เชิงเขาหรือปลูกบนภูเขาโดยมีพื้นที่ปลูกทั้งหมดประมาณ ๘,๐๐๐ ไร่ ซึ่งอยู่ในจังหวัดเลยและเชียงรายเป็นพื้นที่หลัก รองลงมาคือพื้นที่ในจังหวัดตาก เชียงใหม่ น่าน ลำปาง แม่ฮ่องสอน เพชรบูรณ์ แพร่ พิษณุโลก ตามลำดับ มะคาเดเมียเริ่มให้ผลิตผลเล็กน้อยเมื่อปลูกได้ ๔-๕ ปี โดยให้ผลิตผล ๑-๓ กิโลกรัม/ต้น และจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงอายุระหว่าง ๑๒-๑๔ ปี ผลิตผลจึงจะคงที่ คือ ๒๕-๓๕ กิโลกรัม/ต้น และให้ผลิตผลไปจนอายุไม่น้อยกว่า ๕๐ ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา การปลูกต้องปลูก ๒ พันธุ์ร่วมกัน ปริมาณผลิตผลมะคาเดเมียแตกต่างกันอย่างมากทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพันธุ์ สถานที่ ภูมิอากาศ ดิน ระบบชลประทาน และการแพร่กระจายของน้ำฝน มะคาเดเมียที่ปลูกที่รัฐฮาวายสหรัฐอเมริกาสามารถให้ผลิตผลสูงที่สุด คือ ประมาณ ๔๕ กิโลกรัม/ต้น เมื่อมีอายุ ๑๐ ปี สำหรับปริมาณผลิตผลมะคาเดเมียของไทยและออสเตรเลียอยู่ในระดับใกล้เคียงกันคือประมาณร้อยละ ๖๗-๗๐ ของผลิตผลที่รัฐฮาวายส่วนคุณภาพของผลิตผลพบว่ามะคาเดเมียที่ปลูกในพื้นที่สูงจะให้ผลิตผลที่มีสัดส่วนของน้ำหนักเปลือกนอกลดลงและสัดส่วนน้ำหนักของกะลาต่อเนื้อในขึ้นอยู่กับชนิดของพันธุ์ เช่น พันธุ์ # H2 เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่ราบโดยจะมีสัดส่วนของกะลาลดลงเมื่อปลูกในพื้นที่ราบและพันธุ์ # ๗๔๑ จะมีสัดส่วนของกะลาลดลงเมื่อปลูกในพื้นที่สูง